คิดอยู่ในหัว แล้วก็เลยเอามาเขียนให้มันชัดเจนขึ้น
จะได้จับต้องได้ซักหน่อย

แผนการมีชีวิตอยู่ของ WinWin

1.ใช้ชีวิตอยู่จนหมดลมหายใจ, เป็นมนุษย์เงินเดือนพอมีพอกินแบบชนชั้นกลาง คงหวังให้ในชีวิตนี้จะมีเครื่องบินส่วนตัวเอาไว้ขับเล่นกับเขาซักเครื่องก็คงไม่ได้ แล้วจะให้อยู่แบบคนในป่าในเขาแค่มีกินแค่ดื่มก็คงไม่ไหว ชีวิตนี้คงใช้แบบตามเหตุตามปัจจัยอยู่แบบมนุษย์ธรรมดามากๆจนหมดลมหายใจก็แล้วกัน

2.อยู่ให้มีความทุกข์น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้, ก่อนอื่นต้องลดความทุกข์ด้านจิตใจซะก่อน ความอยากมีอยากได้ ความทุกข์เรื่องงาน ความรัก เรื่องผู้คน สิ่งรอบตัว ปล่อยวางซะบ้างคิดว่าชั่งมันได้ก็ชั่งมันเถอะ มันแค่ความคิด อย่างเช่นเรื่องแฟนถ้าเขาจะไปก็เรื่องของเขา สิทธิ์ของเขาให้เขามีความสุข ใครไม่รักก็ไม่เป็นไรปล่อยวางซะบ้าง สิ่งของอะไรที่อยากมีอยากได้ก็ปล่อยว่างซะบ้างไม่มีก็ไม่ตายซักหน่อย ทุกข์เล็กๆน้อยๆเช่นรถเสียเงินหายของพังก็ให้คิดซะว่าทำไงได้(ใช่มั้ยหละ)คิดว่าเราจะทำยังไงต่อไปเมื่อรถเสียของหายหรือของพังดีกว่า ต่อไปก็มาลดความทุกข์ด้านร่างกายบ้าง พยายามดูแลสุภาพตัวเองไม่ให้เกิดเจ็บป่วยได้ง่ายๆ ร่างกายของเราเราก็ใช้มันมานานแล้ว ทุกวันมันก็จะค่อยเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ ต่อไปไม่นานวันมันต้องทุกข์แน่ ก็ดูแลมันบ้างให้ทุกข์น้อยหน่อย ฟันผุ เป็นไข้ ปวดขา ปวดตา ทุกข์พวกนี้ถ้ามันเกิดขึ้นมาจะควบคุมมันก็ยากจะให้ปล่อยวางมันก็ไม่หาย ดังนั้นเรื่องทุกข์ใจดูแลง่ายที่สุดก็ลดละเลิกมันบ้างเพื่อความสุขที่มากขึ้น ทุกข์เล็กๆก็เหมือนคลื่นลูกเล็กพอให้สั่นไหวเมื่อกระทบร่างกายที่มั่นคง แต่ในทะเลยังคงมีคลื่นลูกใหญ่ที่พร้อมจะซัดเข้ามาเมื่อไรก็ได้ จงเตรียมใจให้แข็งแกร่งพร้อมไว้รับมือกับมันด้วย

3.อยู่เพื่อมีความสุขให้ได้มากที่สุด,  อยากทำอะไรก็ทำไป ขอให้ตัวเรามีความสุขไว้ก่อน ฟังแล้วเหมือนจะเห็นแก่ตัวและไม่สนใจคนอื่น แต่ไม่ใช่อย่างนั้น ให้ทำในพื้นฐานที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนและเกิดความทุกข์ เพราะเราอยู่กันเป็นสังคมเราจึงต้องอยู่ในกติกาของสังคมด้วย โดยพื้นฐานที่แท้จริงก็เพื่อไม่ให้เราทุกคนที่อยู่ร่วมกันเกิดความทุกข์ในภายหลังนั่นเอง(เพราะเราคือสังคม สังคมก็คือเรา) จงอยู่กับความสุขที่เกิดจากความคิดและการวางแผน ตัวอย่างเช่น การซื้อโทรศัพท์ใหม่ๆก็ทำให้เรามีความสุข แต่ต้องคิดด้วยว่าต่อไปหลังจากนี้เราจะเกิดความทุกข์จากความสุขที่มีนะวันนี้หรือไม่ เช่น เราต้องมาใช้หนี้ในภายหลัง ยามแก่ไปเราไม่มีเงินในการใช้จ่าย(เพราะเงินเราใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปแล้วนี่) ตอนเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่มีเงินรักษาในภายหลัง ถ้าตอนนี้เราจะมีแฟนถ้ามีความสุขก็ให้คิดด้วยว่าต่อไปถ้าอยู่ๆกันไปแล้วจะเกิดความทุกข์มั้ย จะทะเลาะกันมั้ยจะเลิกกันมั้ยจะมีปัญหาอะไรมั้ย ถ้าคิดแล้วมันสุข(แถมสนุก^_^)มากกว่าหรือพอจะแลกกับความทุกข์ที่จะเกิดได้ ก็มีๆมันไปเถอะ อิอิอิ

4.อยู่เพื่่อลดความทุกข์และมอบความสุขให้คนใกล้ชิด,  นอกจากตัวเราแล้วถัดออกมาก็คงต้องเป็นคนใกล้ตัวและคนในครอบครัว ซึ่งจริงๆเราก็จะไปกำหนดกดเกณฑ์อะไรกับเขาเหล่านั้นไม่ได้ เพราะต่างคนต่างมีความคิดและสิทธิ์หน้าที่ของแต่ละคนอย่างจริงแท้แน่นอนที่สุด แต่ถ้ามีโอกาศควรมอบความสุขและทำให้เขาไม่มีความทุกข์บ้าง เช่น ลูกของเราเราก็ต้องทำเพื่อลูกเพราะเขาต้องเกิดมาใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ด้วยหน้าที่อันยากลำบากเหมือนกัน การที่เขาเกิดมาไม่มีอะไรเลยโดยขาดความรับผิดชอบของพ่อแม่เป็นความยากลำบากที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น การอยู่โดยการสร้างพื้นฐานความสุขให้ลูกก็เป็นสิ่งจำเป็นในการมีชีวิตอยู่ คงด้วยความยากลำบากที่ตัวเองเคยผ่านมาจึงไม่อยากให้ความยากลำบากเหล่านั้นเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดของเรา

5.อยู่เพื่อทำให้ผู้อื่น, บางครั้งผู้คนต่างๆอาจดูไม่น่าเสียเวลาหรือเสียแรงไปทำประโยชน์ให้ แต่การที่เกิดมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับโลกใบนี้ซักอย่างหนึงเป็นสิ่งท้ายสุดที่คิดจะทำ แต่สิ่งที่ทำนั้นอาจจะไม่ใช่ทำเพื่อผู้คน แต่อาจจะเป็นการค้นพบเพื่อให้ความรู้กับผู้คน ผมไม่อาจจะคิดทำประโยชน์ให้กับโลกใบนี้ได้โดยแท้จริง เพราะถ้าถามกันจริงๆตัวผมเองก็ยังไม่รู้ว่าโลกใบนี้ต้องการอะไร บ้างครั้งการทำบางอย่างที่คนคิดว่าดีอาจไม่ได้เป็นประโยชน์กับโลกโดยแท้จริงก็ได้ เช่น ถ้าผมคิดเครื่องจักรที่สามารถขุดเจาะน้ำมันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก็อาจไม่ใช่ประโยชน์ที่แท้จริงที่โลกต้องการเพราะโลกอาจต้องการการใช้ทรัพยากรและพลังงานที่ช้าและน้อยลงก็เป็นได้ ผมอาจค้นพบว่าความจริงโลกนี้ไม่ได้กลมแต่ตาเรามองว่ามันกลมจริงๆมันเหมือนผลแตงกวาก็เป็นไปได้ ^_^

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet